ส่วนขยายขออ่านทุกเว็บไซต์ ควรให้สิทธิ์แค่ไหน
ตรวจสิทธิ์เข้าถึงเว็บไซต์ของส่วนขยายใน Chrome, Edge และ Firefox รวมถึงผู้พัฒนา การใช้งานในโหมดส่วนตัว และการซิงค์ส่วนขยาย
คุณต้องการเก็บภาพหน้าเว็บไว้ใช้งาน แต่ตอนติดตั้งส่วนขยายกลับมีข้อความขออ่านและเปลี่ยนข้อมูลในทุกเว็บไซต์ที่เข้าชม ก่อนกดยอมรับ ลองกำหนดก่อนว่างานที่ต้องการทำจำเป็นต้องเข้าถึงหน้าใดบ้าง Google อธิบายว่าคำเตือนแสดงความสามารถในการเข้าถึงที่อาจได้รับ การเห็นคำเตือนเพียงอย่างเดียวยังใช้ตัดสินว่าส่วนขยายเป็นอันตรายไม่ได้1
ถ้าใช้งานเฉพาะตอนเรียกส่วนขยาย ให้เริ่มจากสิทธิ์เมื่อเลือกใช้งานหรือเฉพาะเว็บไซต์ที่จำเป็น หากมีตัวเลือกนี้ Chrome และ Edge มีการควบคุมลักษณะดังกล่าว ส่วน Firefox ต้องดูสิทธิ์เพิ่มเติมและชนิดของส่วนขยายที่ติดตั้ง แล้วจึงตรวจว่าฟังก์ชันที่ต้องการยังทำงานได้หรือไม่2345
คิดถึงข้อมูลที่กรอกในหน้าเว็บด้วย
สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเว็บไซต์อาจครอบคลุมทั้งเนื้อหาในหน้าและข้อมูลที่พิมพ์ลงในแบบฟอร์ม Mozilla ยกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเป็นตัวอย่าง เวลาตัดสินใจจึงควรนึกถึงกล่องอีเมลและหน้าเข้าสู่ระบบงานที่เปิดในเบราว์เซอร์เดียวกันด้วย แม้เหตุผลที่ติดตั้งเครื่องมือจะเกี่ยวกับอีกเว็บไซต์ก็ตาม6
คำเตือนไม่ได้บอกทั้งหมดว่าส่วนขยายเก็บหรือส่งข้อมูลใดออกไป อ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวควบคู่กับเหตุผลที่ผู้พัฒนาขอสิทธิ์ Mozilla แนะนำให้ตรวจว่าความสามารถที่ขอสัมพันธ์กับฟังก์ชันหรือไม่ ใครเป็นผู้พัฒนา และยอมรับวิธีจัดการข้อมูลตามที่แจ้งไว้ได้หรือเปล่า7
สิทธิ์โฮสต์ประกาศรูปแบบที่อยู่เว็บไซต์ที่ส่วนขยายต้องการเข้าถึง8 เปิดหน้าตั้งค่าของส่วนขยายที่ติดตั้งแล้วเพื่อดูขอบเขตที่ให้ไว้จริง เบราว์เซอร์อาจจำกัดการเข้าถึงอัตโนมัติ และบางฟังก์ชันอาจขอสิทธิ์เพิ่มเติมภายหลัง24
หาผู้รับผิดชอบและอ่านประวัติรุ่น
ตรวจว่าชื่อผู้พัฒนาตรงกับเว็บไซต์และช่องทางช่วยเหลือที่เชื่อมไว้หรือไม่ แล้วอ่านเหตุผลของแต่ละสิทธิ์ Mozilla ระบุว่าการสแกนและการตรวจโดยคนที่อาจเกิดขึ้นในร้านส่วนขยายไม่อาจรับประกันความปลอดภัยได้ อ่านหน้าร้านแล้วตรวจเหตุผลขอสิทธิ์ต่อ7
อ่านบันทึกการเปลี่ยนแปลงของรุ่นที่ติดตั้งด้วย ถ้าอัปเดตแล้วต้องการสิทธิ์กว้างขึ้น ให้หาว่าฟังก์ชันใดต้องใช้ หากผู้ดูแลเปลี่ยนหรือคำอธิบายยังไม่ชัด ควรถามก่อนเปิดใช้งานอีกครั้ง Google ระบุว่าคำเตือนเข้าถึงข้อมูลอาจปรากฏระหว่างอัปเดตได้เช่นกัน1
วันที่อัปเดตเพียงอย่างเดียวยังอธิบายไม่ได้ว่าสิทธิ์ถูกใช้อย่างไร การไม่มีอัปเดตนานก็ยังไม่พิสูจน์ว่ามีการใช้งานในทางที่ผิด ประเด็นที่ต้องตัดสินใจคือระบุผู้รับผิดชอบได้หรือไม่ และเข้าใจขอบเขตที่ขอเพียงพอหรือยัง ระหว่างตรวจสอบสามารถปิดใช้งานผ่านตัวจัดการส่วนขยายของ Firefox ได้75
เริ่มจากงานที่ต้องการให้ทำ
เครื่องมือที่บันทึกหน้าเมื่อคุณเรียกใช้งานควรมีคำอธิบายหากต้องเข้าถึงก่อนหน้านั้น ส่วนฟังก์ชันที่แก้ไขหน้าเว็บโดยอัตโนมัติมีความต้องการต่างออกไป Mozilla ยกตัวจัดการรหัสผ่านและตัวปิดกั้นโฆษณาเป็นตัวอย่างการใช้สิทธิ์ข้อมูลเว็บไซต์ จึงต้องพิจารณาหน้าที่ของเครื่องมือประกอบด้วย6
ถ้าใช้ส่วนขยายกับระบบงานเพียงแห่งเดียว ลองอนุญาตเว็บไซต์นั้นก่อน เมื่อทำงานไม่ได้ ให้ระบุว่าขั้นตอนไหนและหน้าใดต้องการสิทธิ์เพิ่ม การกลับไปอนุญาตทุกเว็บไซต์ทันทีจะทำให้ยังไม่ทราบว่าสิทธิ์ที่ขาดอยู่คืออะไร ตัวเลือกแยกตามเว็บไซต์ช่วยให้ตัดสินใจด้วยขอบเขตที่เล็กลงได้23
| สิ่งที่เห็น | บอกอะไร | ควรตรวจอะไรต่อ |
|---|---|---|
| คำเตือนติดตั้งหรืออัปเดต | ความสามารถที่ขอ | มีเหตุผลเกี่ยวกับฟังก์ชันหรือไม่1 |
| การเข้าถึงเว็บไซต์ | เว็บไซต์ที่อนุญาตให้เข้าถึง | รายการที่เปิดไว้จริง23 |
activeTab | สิทธิ์ชั่วคราวหลังผู้ใช้สั่งงาน | สิทธิ์สิ้นสุดเมื่อใด9 |
| สิทธิ์เพิ่มเติมที่เลือกได้ | การเข้าถึงสำหรับฟังก์ชันเพิ่ม | ปิดตัวเลือกที่ไม่ใช้งาน4 |
| หน้าต่างส่วนตัว | การอนุญาตให้ทำงานในหน้าต่างนั้น | ตรวจแยกจากโหมดปกติ10 |
activeTab เป็นสิทธิ์ที่ผู้พัฒนาเลือกใช้ในส่วนขยาย เอกสาร Chrome อธิบายว่าการเรียกส่วนขยายจะให้สิทธิ์ชั่วคราวกับแท็บปัจจุบัน การเปลี่ยนหน้าภายในต้นทางเดียวกันอาจยังคงสิทธิ์ไว้ แต่เมื่อปิดแท็บหรือเปลี่ยนไปอีกต้นทาง สิทธิ์จะสิ้นสุด หน้าเบราว์เซอร์ภายในที่ถูกจำกัดยังเข้าถึงไม่ได้ ตัวเลือกให้เข้าถึงเมื่อคลิกจึงไม่ใช่หลักฐานว่าส่วนขยายทุกตัวใช้วิธีภายในแบบเดียวกัน9
จำกัดเว็บไซต์ใน Chrome และ Edge
ใน Chrome บนคอมพิวเตอร์ เปิดหน้าจัดการส่วนขยายแล้วเลือกรายละเอียดของเครื่องมือ เปลี่ยนการเข้าถึงเป็นเมื่อเลือกใช้งานหรือเฉพาะเว็บไซต์ที่ต้องการ ชื่อเมนูอาจต่างกันตามรุ่นและภาษา ลบเว็บไซต์ที่ไม่จำเป็น แล้วเปิดหน้าตั้งค่าอีกครั้งเพื่อดูว่ารายการที่เหลือตรงกับที่เลือกไว้หรือไม่2
ใน Edge เปิดเมนูส่วนขยาย เข้าหน้าจัดการ แล้วดูรายละเอียด เมนูของเครื่องมือมีตัวเลือกเมื่อคลิก เว็บไซต์ปัจจุบัน และทุกเว็บไซต์ ตรวจสิทธิ์ InPrivate และการเข้าถึง URL ไฟล์ในเครื่องแยกต่างหาก แต่ละตัวเลือกควรมีงานที่คุณต้องการใช้รองรับ3
การควบคุมเว็บไซต์มีขอบเขตของมัน Google ระบุว่าการปรับสิทธิ์นี้ไม่กระทบการเข้าถึงเครือข่ายระดับล่างผ่าน VPN หรือการตั้งค่าพร็อกซี สิทธิ์อื่น เช่น ประวัติการเข้าชมหรือบุ๊กมาร์ก ก็ยังต้องตรวจแยก รายชื่อเว็บไซต์สั้น ๆ ไม่ได้แสดงความสามารถทั้งหมดของส่วนขยาย21
Firefox ต้องดูตัวเลือกของส่วนขยายนั้น
เลือกเครื่องมือในตัวจัดการส่วนขยายแล้วเปิดหน้าสิทธิ์ เอกสาร Mozilla แสดงชื่อหน้าสิทธิ์หรือสิทธิ์และข้อมูลตามรุ่นที่ใช้ ปิดสิทธิ์เพิ่มเติมที่ไม่จำเป็นหากมีสวิตช์ให้เลือก รายการที่แสดงสิทธิ์ไม่ได้หมายความว่าทุกความสามารถจะมีสวิตช์ของตัวเอง4
คู่มือ Mozilla สำหรับจัดการสิทธิ์เว็บไซต์ผ่านปุ่มส่วนขยายใช้กับ Manifest V3 ให้เปิดเมนูบนหน้าที่ใช้งานและดูว่ามีตัวเลือกใด ส่วนขยายรุ่นเก่าไม่จำเป็นต้องมีการควบคุมเหมือนกัน ถ้าจำกัดไม่ได้ถึงขอบเขตที่ยอมรับได้ ให้ปิดใช้งานหรือนำออก API ถอนสิทธิ์ของ Mozilla ก็แยกสิทธิ์ที่เลือกเพิ่มได้ออกจากสิทธิ์ที่จำเป็นต่อเครื่องมือ511
ลองด้วยหน้าที่ไม่มีข้อมูลส่วนตัว
หลังเปลี่ยนสิทธิ์ โหลดหน้าเว็บทั่วไปใหม่หรือปิดแล้วเปิดอีกครั้ง ลองฟังก์ชันในเว็บไซต์ที่อนุญาต จากนั้นเปิดอีกเว็บไซต์หนึ่งเพื่อตรวจสถานะหรือเมนูการเข้าถึง จดรุ่นเบราว์เซอร์ รุ่นส่วนขยาย และขอบเขตที่เลือก หากมีปัญหา ให้ตรวจสิทธิ์ที่ต้องใช้จริงก่อนขยายการอนุญาต2345
วิธีนี้ตรวจได้เฉพาะการตั้งค่าและพฤติกรรมที่มองเห็น ยังใช้ยืนยันว่าไม่มีการส่งข้อมูลหรือมีการตรวจโค้ดแล้วไม่ได้ หน้าต่างส่วนตัวก็ต้องตรวจต่างหาก Firefox กำหนดให้อนุญาตอย่างชัดเจนเป็นค่าเริ่มต้น ส่วน Chrome และ Edge มีการตั้งค่าของตนเอง การเปิดหน้าต่างส่วนตัวจึงไม่แทนการตรวจสิทธิ์ของส่วนขยาย71023
เมื่อนำออกแล้ว ตรวจโปรไฟล์และเครื่องอื่นต่อ
ถ้าไม่ต้องการใช้แล้ว ให้นำออกผ่านตัวจัดการและตรวจว่าชื่อหายจากรายการ การซ่อนหรือเลิกปักหมุดไอคอนเปลี่ยนเพียงแถบเครื่องมือ Chrome และ Firefox อธิบายการกระทำนั้นแยกจากการถอนการติดตั้ง25
ตรวจโปรไฟล์และคอมพิวเตอร์อื่นที่ใช้อยู่ด้วย Chrome สามารถเก็บส่วนขยายร่วมกับข้อมูลบัญชี ขณะที่ Firefox และ Edge รองรับการซิงค์ส่วนขยายเช่นกัน ดูบัญชีและชนิดข้อมูลที่เลือกซิงค์ แล้วตรวจแต่ละเครื่อง อย่าสันนิษฐานว่าการเปลี่ยนสิทธิ์เว็บไซต์ถูกส่งต่อเหมือนกันทันทีทุกแห่ง หากบริการมีบัญชีของตนเอง ให้ตรวจคำแนะนำการตัดการเชื่อมต่อและลบข้อมูลที่บริการนั้นแยกอีกครั้ง1213147
แหล่งข้อมูล
Footnotes
-
ความช่วยเหลือ Chrome เว็บสโตร์ — ความหมายของคำเตือนติดตั้งและอัปเดต: https://support.google.com/chrome_webstore/answer/186213?hl=th ↩ ↩2 ↩3 ↩4
-
ความช่วยเหลือ Google Chrome — สิทธิ์เว็บไซต์ โหมดส่วนตัว การนำออก และข้อจำกัด VPN หรือพร็อกซี: https://support.google.com/chrome/answer/2664769?hl=th ↩ ↩2 ↩3 ↩4 ↩5 ↩6 ↩7 ↩8 ↩9
-
ฝ่ายสนับสนุน Microsoft — สิทธิ์เว็บไซต์ InPrivate และไฟล์ใน Edge: https://support.microsoft.com/th-th/edge/change-site-access-permissions-for-extensions-in-microsoft-edge ↩ ↩2 ↩3 ↩4 ↩5 ↩6
-
Mozilla Support ภาษาอังกฤษ — การจัดการสิทธิ์เพิ่มเติม หน้าที่ใช้รหัสภาษาไทยยังมีเนื้อหาอังกฤษจึงอ้างต้นฉบับ: https://support.mozilla.org/en-US/kb/manage-optional-permissions-extensions ↩ ↩2 ↩3 ↩4 ↩5
-
Mozilla Support ภาษาอังกฤษ — ตัวจัดการและสิทธิ์เว็บไซต์ Manifest V3 หน้าท้องถิ่นยังเป็นภาษาอังกฤษ: https://support.mozilla.org/en-US/kb/extensions-button ↩ ↩2 ↩3 ↩4 ↩5
-
Mozilla Support ภาษาอังกฤษ — การเข้าถึงเนื้อหาและแบบฟอร์ม ใช้ต้นฉบับที่ตรวจสอบได้เพราะดึงหน้าภาษาไทยไม่สำเร็จ: https://support.mozilla.org/en-US/kb/permission-request-messages-firefox-extensions ↩ ↩2
-
Mozilla Support ภาษาอังกฤษ — ผู้พัฒนา นโยบายข้อมูล และข้อจำกัดการตรวจในร้าน หน้าท้องถิ่นที่เปิดได้ยังเป็นภาษาอังกฤษ: https://support.mozilla.org/en-US/kb/tips-assessing-safety-extension ↩ ↩2 ↩3 ↩4 ↩5
-
เอกสารนักพัฒนา Chrome ภาษาไทย — การประกาศสิทธิ์โฮสต์และการให้สิทธิ์เพิ่มเติม: https://developer.chrome.com/docs/extensions/develop/concepts/declare-permissions?hl=th ↩
-
เอกสารนักพัฒนา Chrome ภาษาไทย — อายุสิทธิ์ activeTab และหน้าที่ถูกจำกัด: https://developer.chrome.com/docs/extensions/develop/concepts/activeTab?hl=th ↩ ↩2
-
ความช่วยเหลือ Mozilla ภาษาไทย — สิทธิ์หน้าต่างส่วนตัว หน้าแจ้งว่าอาจล้าสมัยจึงตรวจเทียบต้นฉบับอังกฤษ: https://support.mozilla.org/th/kb/extensions-private-browsing ↩ ↩2
-
MDN ภาษาอังกฤษ — API สำหรับถอนสิทธิ์ที่เลือกเพิ่มได้: https://developer.mozilla.org/en-US/docs/Mozilla/Add-ons/WebExtensions/API/permissions/remove ↩
-
ความช่วยเหลือ Google Chrome — ส่วนขยายในข้อมูลบัญชีข้ามอุปกรณ์: https://support.google.com/chrome/answer/165139?hl=th ↩
-
Mozilla Support ภาษาอังกฤษ — เลือกข้อมูลส่วนขยายใน Firefox Sync: https://support.mozilla.org/en-US/kb/how-do-i-choose-what-information-sync-firefox ↩
-
ฝ่ายสนับสนุน Microsoft ภาษาอังกฤษ — บัญชีและการซิงค์ Edge: https://support.microsoft.com/en-us/edge/sign-in-to-sync-microsoft-edge-across-devices ↩
ติดตามบทความภาษาไทย
คัดลอกที่อยู่ด้านล่างไปเพิ่มในแอปอ่าน RSS ที่ใช้
ฟีดนี้มีเฉพาะบทความภาษาไทย

